น่าน เป็นจังหวัดเล็กๆ อยู่ทางภาคเหนือตอนบน

มีผืนดินติดกับ จ.อุตรดิตถ์ จ.แพร่ จ.พะเยา และประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว

น่านเป็นจังหวัดที่ใครๆก็บอกว่า ถ้าไม่ตั้งใจก็ไปไม่ถึง เหตุเพราะจังหวัดของเราไม่ใช่ทางผ่าน

ใครมาเยือนที่นี่ แสดงว่าตั้งใจมาจริงๆ

น่านวันนี้เป็นอย่างไร ผมจะขอนำชมครับ

อาจไม่ทั่วทั้งจังหวัด แต่ก็พอจะดูออกว่า...เป็นอย่างไร

วัดภูมินทร์ วัดเก่าแก่ที่เคยแสดงอยู่ในธนบัตรใบละบาท สมัยสงครามโลกครั้งที่สองมาแล้ว

วัดในวันนี้ได้รับการปรุงแต่งให้ใหม่และสดใสมากกว่าวัดที่ผมเคยเห็นในวัยเด็กมากนัก

แต่สิ่งที่ยังคงอยู่อย่างสวยงามและน่าชมที่สุดของวัดนี้คือ ภาพจิตรกรรมฝาผนังด้านใน

ที่หลายๆภาพเป็นภาพที่เรียกได้ว่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับศิลปินในปัจจุบันได้เจริญรอยตาม

ภาพที่เห็นนี้ คือ ปูม่านย่าม่าน ซึ่งเป็นคำเรียกผู้ชายผู้หญิงชาวไทลื้อในสมัยโบราณ

ภาพนี้เป็นผลงานของอาจารย์วินัย ปราบริปู ซึ่งเป็นศิลปินมีชื่อชาวน่าน

ซึ่งท่านได้เปิดหอศิลปริมน่านขึ้น เพื่อแสดงผลงานและใช้เป็นที่แลกเปลี่ยนความรู้ทางศิลปะ

ภาพที่เห็นเป็นผลงานที่ท่านได้รับแรงบันดาลใจมาจากภาพจิตรกรรมในฝาผนังวัดภูมินทร์

หอศิลปริมน่าน เป็นอีกสถานที่แห่งหนึ่งใน จ.น่าน ที่ผมชอบมาก

ที่นี่มีภาพวาด ภาพถ่าย รูปปั้น ของศิลปินทีมีชื่อและไม่มีชื่อจัดแสดงอยู่มากมาย

มีนิทรรศการศิลปะที่หมุนเวียนมาจัดกันเกือบตลอดทั้งปี

ที่นี่เปิดโอกาศให้เด็กนักเรียนที่ยังไม่มีชื่อเสียงแต่มีฝีมือได้โชว์ผลงานด้วย

ที่สำคัญอาจารย์และภรรยาให้การต้อนรับผู้มาเยือนอย่างมีไมตรีจิตยิ่ง

เราได้ทั้งซึมซับทั้งความสวยงามของศิลปะและซึมซับความมีน้ำใจของเจ้าของบ้าน

ความงามของธรรมชาติ สายน้ำน่านและดอกหญ้าด้านหลังหอศิลปก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่น่ามอง

ศิลปะแฝงอยู่ในทุกสิ่งทุกอย่างจริงๆ

เสาไฟฟ้าในตัวเมืองประดิษฐ์เป็นรูปเรือแข่งที่มีความพิเศษที่หัวเรือเป็นรูปพญานาค

ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ของเมืองน่าน ก็เป็นศิลปะที่พบได้ง่ายๆ

นอกจากจะเป็นเสาไฟฟ้าแล้ว ซุ้มประตูก็มีเรือแข่งประกอบพร้อมด้วยสัญลักษณ์อื่นๆของเมืองด้วย

ถ้าคุณสังเกตดีๆ ด้านข้างของถนนทั้งสองด้าน ที่เป็นอิฐเก่าๆ นั่นคือราวสะพานครับ

ตรงจุดนี้เป็นสะพานนั้นเอง อิฐเหล่านี้เดิมคืออิฐที่เป็นรั้วของคุ้มเจ้าน่านมาก่อน

แต่เมื่อรื้อออก และสภาพยังคงดีอยู่ คนเฒ่าคนแก่เขาก็ไม่ทิ้งเก็บมาสร้างสะพานได้เป็นเรื่องเป็นราว

และใช้สัญจรมาชั่วลูกชั่วหลาน

เมืองเก่าย่อมมีบ้านเก่า

ร้านค้าที่น่าน หลายๆหลังยังคงเป็นบ้านเดิมร้านเดิมที่อยู่ด้วยกันมาแต่เนินนาน

ที่น่านมีกฎไม่ให้สร้างอาคารสูงเกิน 5 ชั้น เพราะอาคารสูงเหล่านี้จะไปสูงเหนือยอดเจดีย์ต่างๆในตัวเมือง

ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องไม่ควรนัก สำหรับที่นี่

บ้านหลายๆหลังที่ครอบครัวอยู่ด้วยกันมานานและสวยด้วยศิลปะเมื่อห้าหกสิบปีก่อน

จึงยังคงความสวยให้เราได้สัมผัสในวันนี้

น่านพยายามที่จะพัฒนาตัวเองให้ไปในทิศทางที่เหมาะสมและพอควร

ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายๆคนพยายามรณรงค์ในเรื่องต่างๆ ที่จะช่วยให้น่านยืนหยัดได้ด้วยตัวเอง

การใช้จักรยานก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ได้รับการสนับสนุนให้ชาวน่านหวนกลับมาใช้อีกครั้ง

แทนการใช้รถจักรยานยนต์ที่มีอันตรายและทำลายสภาพแวดล้อมมากกว่า

โครงการนี้พึ่งเริ่มต้นมาได้ไม่เกิน 3 ปี หวังว่าจะสามารถพัฒนาต่อยอดไปได้อีกนะครับ

เพราะโดยสภาพตัวเมืองน่านเอง เรียกได้ว่าเหมาะสมกับการใช้จักรยานเป็นอย่างยิ่ง

เพราะถนนส่วนใหญ่ในตัวเมืองเป็นขนาดสองเลนเล็กๆ และขนาดเมืองก็ไม่ใหญ่โตมากนัก

สำหรับคนที่ไม่เคยไปน่าน อาจสงสัยว่าน่านจะมีความเจริญเหมือนเมืองอื่นๆหรือไม่

ก็ต้องขอบอกว่า น่านเองก็มีความเจริฐขั้นพื้นฐานครบครันเหมือนกับเมืองทั่วๆไป

แม้แต่โลตัสก็เข้ามาแฝงตัวในเมืองน่านแล้ว 7-11 เราก็มีนะ ( ที่ต้องบอกเพราะเคยมีคนสงสัย )

การเข้ามาของผู้ประกอบการรายใหญ่จากส่วนกลาง ส่งผลให้ผู้ค้าขายเจ้าของพื้นที่เดิมต้องลุกขึ้นมาสู้

และปรับกลยุทธ์กันเป็นการใหญ่ ร้านค้าอย่าง นราพาณิชย์ ที่เปรียบเหมือนกับ เซ็นทรัลฯของเมืองน่าน

ที่ผมเดินซื้อของทุกชนิดมาแต่เป็นเด็กตัวเล็กๆ จนเรียกได้ว่าคุ้นเคยกับคุณป้าที่คอยเก็บเงินอยู่เป็นอย่างดี ก็ต้องปรับตัวเองให้มีความทันสมัยและมีบริการใกล้เคียงกับห้างใหม่ๆมากขึ้น

รวมไปถึงการต้องออกมารณรงค์ให้คนน่านสนับสนุนคนน่านด้วยกันเอง เพื่อเศษฐกิจของน่านเอง

ถุงสินค้าที่ห้างนราฯ

น่านยังต้องเติบโตและเปลี่ยนแปลงต่อไป หลายสิ่งมีขึ้นและมีลง

ส้มน่านก็เหมือนกัน จากที่เคยเป็นสินค้าส่งเสริมและถูกนำมาเป็นสินค้าขึ้นชื่อของเมือง

ต้องลดบทบาทของตัวเองลง เพราะส้มสีทองไม่ได้มีที่เมืองน่านที่เดียวแล้ว

และผลผลิตก็ไม่ได้โดดเด่นไปกว่าส้มของจังหวัดอื่นแต่อย่างใด

ปัจจุบัน สินค้าที่ผู้ว่าราชการจังหวัดส่งเสริมก็คือ เมล็ดกาแฟ

คงจะเป็นสิ่งใหม่จริงๆสำหรับชาวน่าน ตัวผมเองไม่คุ้นนัก

เพราะเกษตรกรรอบๆบ้านไม่มีใครปลูกเลย

ส่วนมาก ก็ปลูกประเภท มะเขือยาว กะหล่ำปลี บล็อกโคลี่ หรือ มะขามหวาน ลำไย เป็นต้น

หวังว่า เมล็ดกาแฟของท่านผู้ว่าฯจะสามารถเติบโตและมีชื่อเสียงที่ดีได้นะครับ

แต่สิ่งหนึ่งที่ผมอยากให้ทุกคนได้ชิมก็คือ มะต๋าว หรือลูกชิด ที่เป็นส่วนประกอบในขนมหวาน

หรือไอศครีม เพราะสิ่งนี้มีอยู่ในไม่กี่จังหวัดเท่านั้น และในอนาคตก็อาจไม่มีให้ทานแล้ว 

หากป่าซึ่งเป็นที่อยู่ของมะต๋าวยังคงถูกทำลายมากขึ้นทุกวัน 

แต่ก็เป็นโชคดีของชาวน่าน ที่สมเด็จพระเทพฯท่านเล็งเห็นความสำคัญและเข้ามาพัฒนาอย่างถูกต้อง

กับโครงการในพระราชดำริ "ภูฟ้า"

น่านยังมีอะไรอีกมากมายนักให้ผู้มาเยือนค้นหา สิ่งที่ผมนำมาเป็นเพียงบางส่วนจากในตัวเมือง

น่านมีความงามของธรรมชาติให้เลือกชม เลือกดื่มด่ำกับอุทยานแห่งชาติทั้ง 5 แห่งทั่วตัวจังหวัด

น่านมีวัดเล็กๆแต่สวยและเต็มเปี่ยมไปด้วยศิลปะแบบชาวบ้านให้เลือกชมอีกมากมาย

น่านมีผู้คนที่เป็นมิตรและพร้อมที่จะต้อนรับผู้มาเยือนทุกเมื่อ

 หากมีเวลาว่างและอยากพักผ่อนจากความวุ่นวาย ใช้เวลากับความเงียบและความสงบ

ใช้เวลากับธรรมชาติและศิลปะ ของเชิญคุณมาพักที่เมืองน่านนะครับ

เมืองเล็กๆที่ผมรัก

edit @ 6 Feb 2008 21:29:06 by นายป้อ

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

อ่า...เคยไปฝึกงานอยู่แถวๆบ้านหลวงครับ - -''

แห้งแล้งมากๆ เหะๆ

ประทับใจพิพิธภัณฑ์งาช้างดำกับโต๊ะไม้สักคับ โดยเฉพาะงาช้างดำนี่...ชอบมากๆ
เคยไปเยือนน่านครั้งนึง ไปทำงานน่ะแวะไปแปล๊บเดียว ไม่ได้ค้าง ต้องขับรถต่อมาสุโขทัย

เมืองน่านมีของดีซ่อนอยู่มากมายเลยนะ
บรรยากาศเรียบง่ายน่าอยู่ น่าไปพักร้อนนอนเล่นซักเดือน
หอศิลป์ก็สวยงาม วัดภูมินทร์ก็งาม
ส้มถูกจัง ผักผลไม้ทางเมืองเหนือ สดอร่อย คงเพราะอากาศดี คนเหนือก็ขาว สาวก็สวย สำเนียงพูดไพเราะเสนาะหู เห็นแล้วอยากไปเที่ยวทางเหนืออีก ไม่ได้ไปปีกว่าแล้ว คิดถึงสาวเหนือ เอ๊ย เมืองเหนือ จัง

#2 By จั่นเจา on 2008-02-06 21:58

จังหวัดอะไรเอ่ย ใครๆก็รู้จัก

...

น่านนนนนนนน ไง

(มุกไม่ฮา พาเจ้าของBlogเครียด) sad smile

#3 By Eddy on 2008-02-06 22:44

เคยไปสมัยเรียนม.ต้น (สิบปีผ่านมาแล้ว - -")
เป็นเมืองในหุบเขาที่เงียบสงบมาก
ชอบมาก ว่าจะไปอีกครั้งหลายทีแล้ว
ตอนนั้นไปพักอยู่อ.ปัว ชมดอกชมพูภูคา
พายเรือล่องแก่งด้วย ชอบมากๆๆๆๆ

ปล.มะไฟจีนอร่อยมาก ...นึกถึงแล้วเปรี้ยวปาก

#4 By pisces on 2008-02-06 23:07

Hot! ลืมให้ sad smile

#5 By pisces on 2008-02-06 23:07

ตอนเราไปภาคเหนือ เราก็เพิ่งรู้เหมือนกันค่ะ ว่าเค้าเรียกลูกชิดว่ามะต๋าว (ชื่อน่ารักเนอะ)
แล้วปลูกยากด้วย (ดูในกบนอกกะลา)
ผมเคยคุยกับแฟนว่า อนาคตเราอาจจะย้ายไปอยู่ที่ น่าน
เคยไปมาแล้ว ชอบค่ะ..
น่านเหมือนเมืองที่มีเสน่ห์
ที่คนมองข้ามจริงๆ big smile
น่าน...เมืองที่เรารัก^^
ตั้งใจว่าปี3จะไปฝึกงานในพิพิธภัณฑ์ที่น่านค่ะ

#10 By Nadnadar (limes) on 2008-02-07 18:15

ขอเป็นมือที่สามนะ เพราะเราก็แอบรักน่าน เหมือนกัน 555

#11 By คาโตเน่ on 2008-02-07 20:17

ปีก่อนไปอยู่ที่ทุ่งช้าง 2 อาทิตย์ค่ะ ไม่อยากกลับเลย
กะว่า อยากจะหาโอกาสไปใช้ชีวิตอยู่ที่นั่นเลยค่ะ

ชอบทุ่งช้าง และเมืองน่าน ที่สุด big smile

#12 By chocolatemaker on 2008-02-07 20:47

ผมชอบอยู่เมืองที่เรียบ ๆ ไม่เป็นจุดสำคัญ ๆ นะ

ทุกวันนี้จังหวัดที่อยู่วุ่นวายเยอะกว่าแต่ก่อนน่ะ เฮ้อ อยากย้ายไปอยู่ที่สงบ ๆ จริง

#13 By โหมด on 2008-02-07 20:49

อยากไปมากเลย

#14 By (58.9.227.186) on 2008-02-07 23:40

ดีใจที่มีคนฮักเมืองน่านหลายๆคน

#15 By นายป้อ on 2008-02-08 16:04

พึ่งรู้นะเนี่ยว่าไอ้พื้นขาวๆของ Blog เนี่ย ก็มีจุดสิ้นสุด confused smile

#16 By นายป้อ on 2008-02-08 16:05

อ่านแล้วอยากไปเที่ยวเลย

#17 By รถเล็ก (124.121.54.109) on 2008-02-11 21:01

ไม่เคยเข้าไกล้น่านมาก่อนเลยครับ เพิ่งรู้นะเนี่ยว่ามีอะไรน่าสนใจเยอะเหมือนกัน

#18 By yatiko on 2008-02-17 15:19

สักวันหนึ่งจะแวะไปเที่ยวให้ได้ค่ะ ...

#19 By yakcute on 2008-02-29 09:38

คุณเขียนได้ดีมากเลยค่ะ

ขอบอกว่าประทับใจมากๆค่ะ

ในฐานะที่เป้นคนเมืองน่านเหมือนกัน

ในตอนที่อ่านก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน

เมืองน่านเป็นทั้งบ้าน ที่เกิด ที่เติบโต และที่ที่เราจะกลับ

มาในเวลาที่ไม่เหลือใคร เพราะที่นี้คือบ้านของเราที่เรา

สามารถอวดทุกคนที่อยู่ต่างถิ่นได้เลยว่า ที่นี้เป็นสถานที่

ที่ดีที่สุดค่ะ

เด็กน่าน....อีฟbig smile

#20 By อีฟ (125.25.209.227) on 2008-06-21 17:26