เริ่มรัก Jazz

posted on 10 Dec 2007 19:17 by oscar

เมื่อวานนี้...เพื่อนชวนไปดูคอนเสิร์ตเพลง jazz ดีๆ ซึ่งพูดตามตรงว่าเป็นแนวเพลงที่ไม่ค่อยได้ฟังจริงจัง ปกติก็ชอบฟังแนวโจ๊ะๆ สามช่า ลูกทุ่งอะไรประมาณนี้  แต่เห็นว่าไหนๆก็ว่าง ไหนๆก็มีโอกาศได้ไปดูงานที่บัตรแพงๆหลายๆพันบาท ที่ปกติให้ซื้อบัตรไปดูคงไม่ได้ไปแน่ๆ เพราะชีวิตนี้ได้กำหนดไว้แล้วว่า คอนเสิร์ตบัตรราคาเกิน 1,500 บาทจะไม่ไปแน่ๆ แล้วถึงจะไป ก็ต้องเป็นนักร้องที่รักหนักหนาถึงจะเสียเงินดู  แต่งานนี้พิเศษ มีคนให้ตั๋วมาแบบฟรีๆ แน่นอน ของฟรี เราจะพลาดได้ไง

นัดกัน 5 โมงเย็น กระผมก็ออกบ้าน 5 โมงเย็นเลยทีเดียว ให้มันได้อย่างนี้สิ! แย่จริงๆ พยายามจะปรับปรุงนิสัยเรื่องมาสายให้ได้นะครับ แต่ยังไม่สำเร็จสักที เพื่อนพาเข้าไปที่งาน ปีนี้เขาจัดกันที่สนามของค่ายราบ... เออคือว่า ผมจำชื่อค่ายไม่ได้ครับ ขอโทษจริงๆ จำได้แต่ว่าค่ายนี้ตั้งอยู่แถวๆดินแดง ริมถนนวิภาวดีรังสิตครับ

เราไปถึงก็เกือบๆ 6 โมงเย็นแล้ว เป็นเวลาใกล้เริ่มงานเต็มแก่ จอดรถที่หน้ากองคลังอะไรซักอย่าง ภาวนากันว่าอย่าเป็นคลังระเบิดก็แล้วกัน กลัวตูมตามขึ้นมา ศพจะไม่สวยเอา  ลงมาจากรถแล้ว เดินหาทางเข้างาม ว้าว! สมกับเป็นค่ายทหารจริงๆ ทหารเต็มไปหมดเลย กล้ามใหญ่ หุ่นล่ำๆทั้งนั้น วิ่งผ่านหน้าเหล่าทหารไป เพราะเราต้องรีบเข้าไปฟังเพลง เดินไปวิ่งไปแบบงงๆเล็กน้อย ก็มีน้องผู้หญิงน่ารักคนหนึ่ง โบกมือเรียกถามว่า ไปหน้างานด้วยกันไหม นั่งรถกอล์ฟไปด้วยกัน มีพี่ทหารบริการขับให้ มีหรือเราจะพลาดวิ่งขึ้นนั่งสองที่ด้านหลังทันที

รถค่อยๆเคลื่อนตัวไปช้าๆ แซงแถวขบวนทหารถือปืนขบวนใหญ่ วิ่งอ้อมไปยังหน้างาน รถจอดสนิดที่ประตูงานเลยทีเดียว ขอบคุณพี่ทหารแล้ว เราก็ตามหาเพื่อนอีก 2 คนที่นัดกันบริเวณนี้ ที่หน้าประตู ผู้คนยังไม่มากเท่าไร บรรยากาศตอนเย็นๆ ลมพัดสบาย แดดก็ไม่มีแล้ว เราเดินเข้าไปในงาน ที่ประตูงาน เจ้าหน้าที่เอาสายพลาสติกสีฟ้าเข้ม มาสวมให้ที่แขน พี่คนที่มาด้วยกันบอกว่าเมื่อวานสายรัดข้อมือเป็นอีกสีหนึ่ง เขาน่าจะเปลี่ยนสีทุกวันนะครับ ป้องกันการเนียนเอาของเมื่อวานให้คนไม่มีบัตรมาสวมเข้างานวันนี้ ไอ้สายอันนี้ ผมกลับไปบ้านแกะยังไงก็ไม่ออก เขาติดตายเลยทีเดียว สุดท้ายเลยต้องพึ่งกรรไกรตัดให้ขาดไปเลย ไม่งั้นคงต้องสวมกันตลอดชีวิต  

อ้อ..ผมลืมบอกไปว่า งานนี้จัดกัน 3 วันนะครับ ตั้งแต่เสาร์ที่ 8 ถึงจันทร์ที่ 10 ผมได้มาวันที่ 2 คือวันอาทิตย์ วันอื่นๆแบ่งให้เพื่อนคนอื่นๆไปแทนครับ เรียกว่าจัดสรรกันไปให้ได้ครบทุกคน งานนี้เมื่อปีที่ผ่านมา เขาจัดกันที่สนามเสือป่า แต่ปีนี้เขาย้ายกันมาที่สนามราบ....เนี่ยแหละครับ (ยังจำชื่อสนามไม่ได้ -*-)

เข้าไปในงาน เราก็หาทำเลเหมาะๆ เอาตรงเยื้องๆกับบูธคอนโทรล ซึ่งคิดว่าเราเลือกไม่ผิดจริงๆ ตอนมืดๆเราจะตามหาทำเลที่ตั้งของเราง่ายมาก เพราะมีจุดให้เราสังเกตนั้นเอง ปูเสื่อจันทบูรณ์ที่เตรียมไป นอนกลิ้งกันไปมาตรงนั้น ไม่นานเพลงสรรเสริญพระบารมีก็ดังขึ้น คอนเสิร์ตเริ่มได้ตรงเวลาดีครับ ผมสังเกตว่ารอบๆตัวมีฝรั่งซะมาก คนไทยแซมๆพอประมาณ (แต่ดึกๆมืดๆแล้วคนไทยเยอะครับ คือมาสายกันมากเลย สมกับเป็นไทยจริงๆ) คนแรกที่มาเล่นในวันนี้ ชื่อ ล่อรา ฟิจิ ครับ พี่ดีเจที่เป็นพิธีกร ได้เล่าประวัติให้ความรู้ก่อนฟังด้วย ดีจริงๆ เห็นเล่าให้ฟังทั้ง 4 วงที่เล่นคืนนี้เลย

ลอร่า เธอเป็นหญิงสูงวัยแล้ว ผมบ๊อบหน้าม้าสีดำสนิด เป็นฝรั่งแบบหน้าเข้มๆน่ะครับ วันนี้เธอใส่เสื้อปักเลื่อมสีเหลืองทองระยิบระยับ กับกางเกงขาใหญ่ๆสีดำ เธอนำเสนอว่าเพื่อนๆนักดนตรีของเธอทุกคนสวมเสื้อเหลืองกันหมดเลย เธอชื่นชมในพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวของเรามากๆเลยครับ ผมดีใจที่คนต่างชาติก็รักในหลวงของเราเหมือนกัน ลอร่าร้องเพลงได้เพราะมาก เสียงของเธอเหมือนใน CD ที่พี่คนพาผมไปแกเปิดให้ฟังในรถเลย เธอพยายามพาเราให้สนุกไปกับทุกๆเพลง ส่วนใหญ่ผมก็ไม่รู้จักเพลงของเธอหรอกนะ แต่ก็ฟังได้ สนุกได้ เพลงที่คุ้นๆก็มีอยู่เพลงหนึ่ง ที่มีท่อนให้ร้องว่า จีซัส จีซัส เพลงเนี่ยผมชอบมากกก แต่ไม่รู้จักชื่อเพลงหรอก ก็ร้องตามเธอไปอย่างสนุกสนาน อีกเพลงหนึ่งก็คือเพลงประกอบภาพยนต์ชิคาโก ที่บอกว่าผู้หญิงเห็นว่า เพชร สำคัญที่สุดน่ะครับ ที่มีประโยชน์บอกชื่อร้านเพชร ทิฟฟานี่ อะไรด้วยนี่แหละ อันนี้เพื่อนที่ไปด้วยชอบมากกก

จบจากลอร่าก็เป็นวงดนตรีที่เล่นสดๆไม่มีคนร้องนะครับ วงนี้เคยได้รางวัลแกรมมี่มาแล้ว ยอดเยี่ยมมาก คนนำวงแกจะเล่นเครื่องดนตรีที่เหมือนระนาด เห็นแกเล่นที 4 ไม้เลย ลีลาเด็ดมาก แต่ช่วงนี้ ผมเริ่มหิวแล้วก็เลยออกเดินหาอะไรทาน ที่ขายอาหารเขาเอาไปวางไว้ไกลทีเดียวครับ สุดสนามอีกด้านหนึ่งเลย ส่วนใหญ่ที่ขายจะเป็นอาหารว่างนะ ราคาประมาณศูนย์อาหารแพงๆครับ 40 - 50 บาทประมาณนั้น ซื้อโค้กมาดื่มอันนี้แพงนิดหนึ่งกระป๋องละ 25 บาท เราก็ซื้อพวกใส้กรอก ลูกชิ้น ทอดมันปลา เดินถือไปให้เพื่อนๆที่ยังนั่งฟังกันบนเสื่อหน้าเวทีด้วย พอได้เดินเราก็เลยสำรวจพื้นที่ซะเลย มองหาห้องน้ำก่อน ก็โอเคนะ มีสองจุด การจราจรไม่คับคั่งเท่าไร แม้จะมีที่ล้างมืออันเดียวก็ตาม แต่ก็รอกันได้ ชอบที่ที่ล้างมือต้องใช้เท้ากดน้ำแทนใช้มือหมุน ช่วยเรื่องอนามัยได้ดีครับ

เดินกันไปก็เจอ ลอร่า เธอแจกลายเซ็นต์หน้าบูธขาย CD ด้วย แถวยาวทีเดียว เธอดูยิ้มแย้มตลอดเวลาทั้งๆที่แถวยาวมาก แจกกันเป็นชั่วโมงๆเลย เพื่อนไปเจอกับเพื่อนของเขาที่บูธขาย CD พี่เขาอยากได้รูป ไคลี่ ขนาดยักษ์ที่ติดอยู่ด้านหลังบูธมาก ขอฟรีเขาไม่ให้ก็เลยต้องซื้อ CD มาสองแผ่น เขาก็เลยยอมปลดรูปแถมมาให้ ทราบข่าวเศร้ามาด้วยว่า  บริษัทนำเข้าเพลงรายนี้ กำลังจะปิดตัวลง เนื่องจากตลาด CD กำลังแย่ ผู้คนหันไปดาวโหลดแทน บริษัทอยู่ไม่ได้ต้องปิดตัวจริงๆ เป็นบริษัทชื่อดังด้วยสิ สงสารพนักงานเหมือนกันนะ

เดินเลียบไปเรื่อยๆ ในงานช่วงกึ่งกลาง ทางงานเขาจัดเป็นลานเบียร์ด้วยสิ มีโต๊ะนั่งสบาย ขายเบียร์สดเป็นหลอดๆด้วย อาหารแถบนี้ก็น่าทานทีเดียวครับ จัดสวยงามมีทั้งอาหารฝรั่ง ข้าวโพดคั่ว จนถึงผัดไทยกุ้งสด สปอนเซอร์ใหญ่ผู้จัดงานนี้ก็คือ เบียร์ไฮเนเก้นส์ ดังนั้นทั้งงานของวันนี้ก็เป็นสีเขียวไปหมด มีสินค้าที่ระลึกพวกเสื้อกล้ามขายด้วยสิ แต่เราก็ไม่ซื้อเดินผ่านเฉยๆ

กลับไปนั่งที่เสื่อ เราก็ทานอาหารไปฟังเพลงไป เพลินทีเดียว ตอนที่นั่งอยู่เนี่ย ก็จะมีน้องๆสาวสวย(มากบ้างน้อยบ้าง) หิ้วกล่องโฟมเดินไปเดินมา เธอไม่ได้หิ้วอาหารทะเลสดๆมาขายแบบริมทะเลหรอกนะครับ เธอหิ้วเบียร์กระป๋องมาขายครับ ก็ราคากระป๋องละ 50 บาท ถ้าเหมาทั้งกล่องซึ่งมี 8 กระป๋อง น้องเธอจะแถมให้ 1 กระป๋องครับ อันนี้เราก็ซื้อมาเล็กน้อย 2 กระป๋อง เอาวางประดับเสื่อเอาไว้ น้องเธอจะไม่ต้องมาถามขายอีก เพราะเดินมาถามตลอดเลย เกรงใจน้องเธอ แต่รู้สึกช่วงหลังๆไม่เป็นผลเท่าไร น้องคงคิดว่า ไอ้ 4 ตัวเนี่ยมันจะทานเบียร์สองกระป๋องทั้งคืนหรือไร เดี๋ยวสักพักก็ต้องหมดแน่ๆ ผ่านไปสักชั่วโมง เธอก็กลับมาถามเรื่อยๆครับ หนีไม่พ้นจริงๆ แต่คนดื่มเบียร์เก่งๆคงชอบนะ เห็นกลุ่มด้านหน้าผมดื่มไป 3 กล่องโฟมแล้วมั่งในเวลาไม่เกินชั่วโมงครึ่ง ทานเก่งกันจริงๆ 

นั่งดูเขาร้องเพลงไปก็นั่งดูผู้คนไปด้วย แม้มันจะมืดๆก็พอเห็นนะ หลายๆเสื่อ เอาเทียนมาจุดด้วย เสริมบรรยากาศได้ดีทีเดียว บางกลุ่มก็จุดอโรม่าไปด้วย กลิ่นตะไคร้หอมคลุ้งเลย ก็หอมดีนะ ช่วยกันยุงไปไกลๆด้วย หลายๆกลุ่มพกหมอนมานอนด้วย เห็นเป็นหมอนขิด หมอนขวางแบบไทยๆเยอะทีเดียว กลุ่มผมก็เตรียมไปครับทั้งหมอนใบเล็ก แล้วก็ผ้าคลุมบางๆ เอามาคลุมกันยุง กันลมได้พอควร แต่อากาศไม่หนาวเลยนะครับ มีลมพัดมาเรื่อยๆพอประมาณ แต่พี่ที่ไปด้วยก็บ่นร้อนในบางที คงเพราะคนเยอะนะครับ

คืนนั้น 4 วงที่เล่น มีสไตล์ไม่ค่อยเหมือนกันเท่าไร วงที่สามที่เล่นทำให้ผมนึกถึงเมืองนิวออลีน์ + เท็กซัส เพราะมีกลิ่นลูกทุ่ง มีการเป่าเม้าส์ออแกนเพราะๆผสมด้วย ส่วนวงสุดท้าย ออกแนวเมืองๆสไตล์ฟังกี้(เรียกถูกไหมเนี่ย) นักร้องวงสุดท้าย ผมก็ไม่รู้จักชื่อเขาหรอกนะ แต่จุดเด่นคือ ทรอมโบนสีแดงที่เขาเล่น ไม่เหมือนใครเลยจริงๆ เขาลงมาบิ้วคนดูด้านล่างด้วยการกระโดดลงมาทักทาย นำปรมมือกับทุกคน น่ารักจริงๆ

วันนี้ เหมือนกับการเปิดโลกดนตรีของผมเลยก็ว่าได้นะ แม้ว่าการมาฟัง jazz ในวันนี้จะจำอะไรไปได้ไม่มากหรอกนะ อาจจะไม่ได้ลึกซึ้งซึมซับได้เท่าคอ jazz จริงๆ แต่ก็เก็บความประทับใจของเสียงเพลงในวันนี้ไปได้มากพอควร ขอบคุณคนที่พาผมไปดู และขอบคุณที่มีงานดีๆแบบนี้ในบ้านเมืองของเรา  ขอบคุณที่ทำให้วันหยุดของผมไม่เหงาเหมือนเคย  

 

  ปล. ขออภัยนะครับ หากหลงเข้ามาแล้ว เห็นว่าไม่ได้ข้อมูลอะไรกลับออกไป เนื่องจากทั้งหมดนี้ ผู้เขียนบันทึกตามความรู้สึกของตัวเอง และความจำอันน้อยนิด

 

 

 

edit @ 10 Dec 2007 22:23:31 by นายป้อ

Comment

Comment:

Tweet

l7Z6Me <a href="http://ggpcjhkwttkp.com/">ggpcjhkwttkp</a>, [url=http://rpdzuiizopjj.com/]rpdzuiizopjj[/url], [link=http://ibruanaqphio.com/]ibruanaqphio[/link], http://puluhasqyxpe.com/

#4 By xZHuHcKLzwEimnZj (75.126.111.247) on 2010-07-14 18:39

งานนี้ผมก็ไปมาครับ วันเสาร์น่ะ ฮ่าๆๆ

#3 By Cavalier on 2008-01-26 18:38

และแล้ววันนี้ ข้าพเจ้าก็ทราบว่า ไอ้เพลงๆที่บอกว่า ผู้หญิงชอบเพชรมากที่สุด ชื่อว่าเพลง "Diamonds Are A Girl's Best Friend" เป็นเพลงที่ มาริลีน มอนโร ร้องในเรื่อง Gentleman Prefer Blondes (1953) ฉากที่เธอร้อง เธอสวมชุดราตรีสีชมพูพร้อมเครื่องเพชรชุดใหญ่

มิได้ประกอบภาพยนต์เรื่องชิคาโก แต่อย่างใด แต่หรือประกอบก็ไม่รู้นะ เพราะยังไม่ได้กลับไปดูอีกรอบ จำขี้ปากเขามาพูดครับ question

#2 By นายป้อ on 2007-12-13 09:10

hahaha

ไปอ่าน blog คนอื่นๆมา ถึงได้รู้ว่า

สนามที่เขาเล่นกัน ชื่อ สนาม ร.๑ พัน.๑ รอ.
มิได้มี ราบใดๆ sad smile แล้วตูไปเอามาจากไหนเนี่ย
สนามนี้ หนุ่มๆที่ผ่านการเรียน รด.ในเขตกรุงเทพฯมาแล้ว คงเคยได้วิ่งรอบสนามอันกว้างใหญ่แห่งนี้มาแล้วแน่ๆ

และอีกประการที่กระผมเรียกผิดได้อย่างหน้าไม่อายเลยก็คือ นักร้องหญิง ลอร่า ฟิจิ ของกระผม
เธอชื่อ Luara Fyli นามสกุลมิได้ ฟิจิ แต่อย่างใด
แล้วตูไปจำมาจากไหนเนี่ย sad smile

ก็ตามนั้นครับ บันทึกตามจิตใจ ไม่มีอะไรถูกต้องเท่าไร confused smile

#1 By นายป้อ on 2007-12-10 23:12